ที่ได้ไปดูเรื่องนี้ เพราะ แฮนด์บิลสวยครับ... (เหอๆ) ประกอบกับได้เห็นเรื่องราวของเรื่องมานิดหน่อย แล้วมันรู้สึกตะหงิดๆ สะกิดต่อม (เดี๋ยวเล่าให้ฟังตอนท้ายนะครับ)
เอาเป็นเรื่องหนังก่อนแล้วกันนะครับ ส่วนตัวผมค่อนข้างโอเคกับหนัง แต่หลายๆท่านอาจจะบอกว่าค่อนข้างน่าเบื่อ เพราะว่าในตัวหนังนั้นอาจจะเรียกได้ว่า ไม่ค่อยมีอะไร... ไม่ค่อยมีปมให้ขบคิด นำเสนอกันทื่อๆ ผูกปมเร็วคลายปมเร็ว ประกอบกับภาพและเอฟเฟคที่คิดว่าน่าจะต้องออกมาตระการตากว่านี้ แต่ก็ออกมาค่อนข้างธรรมดาไปหน่อย
เข้าใจว่าหนังน่าจะเจาะกลุ่มเด็กๆซะมากกว่าหน่ะครับ เลยมาแบบดูง่ายๆ สบายใจ
เหมือนจะด่าเยอะ แต่ในเรื่องอารมณ์ ดูจบผมก็โอเคครับ ไม่ได้เสียดายเงินหรืออะไร
เรื่องหนี่งที่น่าจะเป็นแฟคเตอร์สำคัญที่ทำให้หนังเรื่องนี้ดูสนุกหรือไม่ ผมคิดว่าเป็นเพราะ หนังเรื่องนี้ดันเฉลยพล็อตสำคัญออกมาซะตั้งแต่ต้นเรื่องเลย เลยทำให้หนังเป็นแบบดูๆไปเรื่อยๆ ไม่ต้องคิดมาก (พอดีได้ไปอ่านบอร์ดพันทิปมาว่า ในหนังสือนั้นดำเนินเรื่องอีกแบบ คือไม่ได้เฉลยตั้งแต่แรก ซึ่งน่าจะทำให้สนุกกว่า)
มาถึงประเด็นที่ทิ้งไว้ตอนแรก ว่าตะหงิดๆ
คือ พอได้รู้ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับเมืองที่อาศัยอยู่ด้วยแสงไฟจากหลอดไฟ อยู่ๆก็นึกได้ว่า เราเคยดูเรื่องประมาณนี้จากเคเบิลทีวีเมื่อนานมาแล้วนี่นา แต่ก็คิดว่า คงเหมือนกันแค่เรื่องเดียวมั้ง... แต่พอไปดูปรากฏว่า เฮ้ย มันใช่เลยนี่หว่า (คือ ใช่ในโครงเรื่องและรายละเอียดหลายๆอย่าง แต่บางอย่างก็จำไม่ได้ เลยไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่า) พอกลับบ้านมาเลยมาลองค้นดู แต่ก็ไม่เจอ... เลยสงสัยครับ ว่าตกลงมันเคยทำเป็นหนังมาก่อนแล้วหรือเปล่า หรือผมเดจาวูไปเอง (ถ้าเป็นอย่างหลังนี่ผมคงครีเอทีฟมากๆ เพราะตอนนึก ผมนึกเป็นฉากของหนังเลย แต่ไม่ปะติดปะต่อกัน)
ใครรู้ช่วยบอกด้วยนะครับ please...
Thursday, October 23, 2008
BitByte#6 @อุตรดิษถ์
กลับมาได้สักพักแล้วครับ จากค่ายถึงบิตถึงไบต์ครั้งที่ 6 ปีนี้ได้ขึ้นเหนือแหละ ไป จ.อุตรดิษถ์ ^^
ไปค่ายนี้ครั้งแรกตอนปีสองครับ ครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง อะไรๆก็แตกต่างกันพอสมควรเหมือนกัน
เอาหล่ะ ก็เหมือนเดิมครับมาค่ายนี้ สอนสามวัน ทีเหลือเที่ยว ชิวอะไรเช่นนี้ (หรืออู้เองหว่า...)
ปีนี้ก็ปีสี่แล้ว ก็เลยค่อนข้างจะอู้... ตอนสอนก็วนเวียนอยู่สองห้องครับ จาวา กับ graphics
ก็สอนไม่ค่อยจะเป็นเท่าไหร่อะครับ แถๆไปตามเรื่อง ขอโทษน้องๆกับอาจารย์ที่มาอบรมด้วยนะครับ
ต้องชมอีกแล้วว่าน้องๆที่ทำงานเตรียมการกันมาพร้อมมาก แม้จะมีเหตุสุดวิสัยเป็นอุปสรรคหลายๆอย่างด้วยกัน แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดีนะครับ เยี่ยมครับ
อีกสิ่งหนึ่งคือ... แรลลี่สนุกมากครับ (ตอนแรกค่อนข้างขี้เกียจเล่น แต่เล่นไปเล่นมาแล้วมันมาก)
ก่อนจะออกจากอุตรดิษถ์ บรรดาอาจารย์ที่นั่นเขาได้รวบรวมเงินกันซื้อของให้พวกเราครับ เป็นของดีของจังหวัดเลยทีเดียว... นั่นก็คือ ลางสาด ครับ... มาเป็นชะลอม ชะลอมละประมาณสิบกิโล มีสิบกว่าชะลอม... โอ้ ค่ายนี้สุดยอดครับ กินลางสาดได้ทุกวัน แหะๆ (บัดนี้ไม่รู้หมดหรือยังนะครับ หรือยังทิ้งอยู่ที่ภาคก็ไม่รู้ เหอๆ)
ตามธรรมเนียมของค่าย ก่อนวันกลับเราก็จะไปเที่ยวกัน ซึ่งคราวนี้ เราไปเที่ยวกันที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ หนทางที่ไปช่างเลี้ยวลดคดเคี้ยว ขึ้นเขาลงเขา ทำเอาเมารถไปตามๆกัน แต่พอไปถึงแล้วก็ อา...เกรท อากาศที่นั่นเย็นดีมากครับ เที่ยงๆก็ยังไม่ร้อนเท่าไหร่เลย
พอไปถึง ก็ได้ไปลองเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติครับ... ช่วงแรกนี่ทางเดินค่อนข้างสบาย ทำเอาเราคิดในใจว่า เออ ก็ดี ไม่ต้องทรหดมาก ได้เดินดูป่า ดูต้นไม่สบายใจดี... แต่เอาเข้าจริง พอมาถึงทางขึ้นเขานี่ โอ้ววว ใช้ได้เลย... ขอบคุณน้องแบงค์นะครับ ที่ช่วยดันพี่ไม่ให้กลิ้งตกเขาไปซะก่อน...
อีกสิ่งหนึ่งที่น่าประทับใจคือ บ้านพักแต่ละหลัง ไกลกันมาก... จะเดินไปเล่นหลังโน้นหลังนี้นี่แบบ ขาลากเลยทีเดียว ยิ่งตอนกลางคืนถ้าไม่มีแสงจันทร์นี่มืดมากแทบมองไม่เห็นอะไรเลย
ด้วยเหตุดังนี้เลยทำให้วันนึงนี่ได้เดินกันร่วมสิบกิโลเมตรเลย อยู่สักสองอาทิตย์คงจะผอม เหอๆ...
ก็หวังว่า จะได้มีโอกาสไปค่ายนี้อีกนะครับ...
บันทึกเหตุการณ์สำคัญ (เหรอวะ)
ลางสาด / ตลาดโต้รุ่ง / หมาเห่าเลี้ยวขวา นกร้องข้ามถนน / ขนมปังสังขยา / หวานไปเติมนมได้ / สลิ่มรวมมิตร สลิ่ม-รวมมิตร / ฟรี เมลามีน / หมูกระทะ ไฮโซ / ใส่หัวใจไว้เต็มจาน / ย้ายห้อง / ปิดเสียงมือถือ / ตื่นสิบเอ็ดโมง / พระยาพิชัย / หมี่พัน / แรลลี่ / ข้าวแคบกินกับอะไรก็อร่อย / เกมประชาชน / เมารถ / wild orchid / วิลล่า / เฉลยบัดดี้ / HBD / พระอาทิตย์ขึ้น...แต่หลับ / นายกอบ จ.เพชรบูรณ์ / อภิสิทธิ์ / กระหรี่ปั๊บ / กังฉิน!! / ลางสาด
ไปค่ายนี้ครั้งแรกตอนปีสองครับ ครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง อะไรๆก็แตกต่างกันพอสมควรเหมือนกัน
เอาหล่ะ ก็เหมือนเดิมครับมาค่ายนี้ สอนสามวัน ทีเหลือเที่ยว ชิวอะไรเช่นนี้ (หรืออู้เองหว่า...)
ปีนี้ก็ปีสี่แล้ว ก็เลยค่อนข้างจะอู้... ตอนสอนก็วนเวียนอยู่สองห้องครับ จาวา กับ graphics
ก็สอนไม่ค่อยจะเป็นเท่าไหร่อะครับ แถๆไปตามเรื่อง ขอโทษน้องๆกับอาจารย์ที่มาอบรมด้วยนะครับ
ต้องชมอีกแล้วว่าน้องๆที่ทำงานเตรียมการกันมาพร้อมมาก แม้จะมีเหตุสุดวิสัยเป็นอุปสรรคหลายๆอย่างด้วยกัน แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดีนะครับ เยี่ยมครับ
อีกสิ่งหนึ่งคือ... แรลลี่สนุกมากครับ (ตอนแรกค่อนข้างขี้เกียจเล่น แต่เล่นไปเล่นมาแล้วมันมาก)
ก่อนจะออกจากอุตรดิษถ์ บรรดาอาจารย์ที่นั่นเขาได้รวบรวมเงินกันซื้อของให้พวกเราครับ เป็นของดีของจังหวัดเลยทีเดียว... นั่นก็คือ ลางสาด ครับ... มาเป็นชะลอม ชะลอมละประมาณสิบกิโล มีสิบกว่าชะลอม... โอ้ ค่ายนี้สุดยอดครับ กินลางสาดได้ทุกวัน แหะๆ (บัดนี้ไม่รู้หมดหรือยังนะครับ หรือยังทิ้งอยู่ที่ภาคก็ไม่รู้ เหอๆ)
ตามธรรมเนียมของค่าย ก่อนวันกลับเราก็จะไปเที่ยวกัน ซึ่งคราวนี้ เราไปเที่ยวกันที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ หนทางที่ไปช่างเลี้ยวลดคดเคี้ยว ขึ้นเขาลงเขา ทำเอาเมารถไปตามๆกัน แต่พอไปถึงแล้วก็ อา...เกรท อากาศที่นั่นเย็นดีมากครับ เที่ยงๆก็ยังไม่ร้อนเท่าไหร่เลย
พอไปถึง ก็ได้ไปลองเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติครับ... ช่วงแรกนี่ทางเดินค่อนข้างสบาย ทำเอาเราคิดในใจว่า เออ ก็ดี ไม่ต้องทรหดมาก ได้เดินดูป่า ดูต้นไม่สบายใจดี... แต่เอาเข้าจริง พอมาถึงทางขึ้นเขานี่ โอ้ววว ใช้ได้เลย... ขอบคุณน้องแบงค์นะครับ ที่ช่วยดันพี่ไม่ให้กลิ้งตกเขาไปซะก่อน...
อีกสิ่งหนึ่งที่น่าประทับใจคือ บ้านพักแต่ละหลัง ไกลกันมาก... จะเดินไปเล่นหลังโน้นหลังนี้นี่แบบ ขาลากเลยทีเดียว ยิ่งตอนกลางคืนถ้าไม่มีแสงจันทร์นี่มืดมากแทบมองไม่เห็นอะไรเลย
ด้วยเหตุดังนี้เลยทำให้วันนึงนี่ได้เดินกันร่วมสิบกิโลเมตรเลย อยู่สักสองอาทิตย์คงจะผอม เหอๆ...
ก็หวังว่า จะได้มีโอกาสไปค่ายนี้อีกนะครับ...
บันทึกเหตุการณ์สำคัญ (เหรอวะ)
ลางสาด / ตลาดโต้รุ่ง / หมาเห่าเลี้ยวขวา นกร้องข้ามถนน / ขนมปังสังขยา / หวานไปเติมนมได้ / สลิ่มรวมมิตร สลิ่ม-รวมมิตร / ฟรี เมลามีน / หมูกระทะ ไฮโซ / ใส่หัวใจไว้เต็มจาน / ย้ายห้อง / ปิดเสียงมือถือ / ตื่นสิบเอ็ดโมง / พระยาพิชัย / หมี่พัน / แรลลี่ / ข้าวแคบกินกับอะไรก็อร่อย / เกมประชาชน / เมารถ / wild orchid / วิลล่า / เฉลยบัดดี้ / HBD / พระอาทิตย์ขึ้น...แต่หลับ / นายกอบ จ.เพชรบูรณ์ / อภิสิทธิ์ / กระหรี่ปั๊บ / กังฉิน!! / ลางสาด
Saturday, October 11, 2008
เพิ่งไปดูมา: The Fall
หนังอาร์ต(รึเปล่า) ที่ไม่ได้ดูยากอย่างที่คิด...
ตอนแรกไม่คิดจะดูหนังเรื่องนี้เลย จนกระทั่งได้อ่านสเปซของแท็ป บวกกับได้เห็น Trailer ของเรื่องนี้แล้วเกิดตะลึงงัน เหมือนมีมนต์สะกดให้ไปซื้อตั๋ว (เวอร์ไป) จิงๆอยากดูเพราะ น้องที่เล่นเป็นอเล็กซานเดรีย น่ารักดี เหอๆ
เรื่องราวเกิดขึ้นที่โรงพยาบาลที่ LA สำหรับเวลานั้น ก็คงหลายสิบปีมาแล้ว... โรงพยาบาลธรรมดาๆ ที่มีคนไข้ธรรมดาๆ สองคน ได้พบกัน ด้วยเหตุผลที่...ดูเหมือนจะธรรมดา นั่นก็คือ รอย สตันท์แมนหนุ่มที่เข้าฉากแล้วต้องกระโดดตกลงมาจากรางรถไฟ กับเด็กหญิงตัวน้อย เอล็กซานเดรีย ที่แขนหัก เพราะตกจากต้นส้มขณะที่กำลังเก็บส้มในไร่ การพบกันของทั้งสอง ทำให้เกิดเรื่องเล่าธรรมดา... ที่ไม่ธรรมดา
-------------------ต่อไปนี้คงจะสปอล์ย----------------------
เรื่องราวที่เขาเล่านั้น โดยแรกเริ่ม ก็เหมือนนิทานก่อนนอนธรรมดา ที่ผู้ใหญ่เล่าให้เด็กฟัง แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ เมื่อเรื่องจริงกลับเรื่องเล่าเริ่มเป็นเรื่องเดียวกัน เรื่องนั้นกลับเหมือนสัญลักษณ์ที่แสดงถึงอารมณ์ ความรู้สึก ของทั้งคู่ - รอย และอเล็กซานเดรีย
รอย นั้นเป็นสตันท์แมน การเข้าฉากในครั้งนั้น ทำให้เขาเป็นอัมพาต และต้องสูญเสียคนรักไป
อเล็กซานเดรีย เด็กสาวซึ่งในอดีตได้สูญเสียพ่อของเธอไป จากกลุ่มคนที่เธอเรียกว่า angry men
การพบกันของทั้งคู่นั้นเกิดจากการที่อเล็กซานเดรีย โยนกระดาษที่เขียนข้อความหมายจะให้คุณพยาบาล แต่มันดันไปตก อยู่ที่เตียงของรอยแทน
รอยได้เล่าเรื่อง เกี่ยวกับฮีโร่ 5 คน ที่มีความแค้น ต่อข้าหลวงโอเดียส (ด้วยสาเหตุต่างๆกัน) ทั้ง 5 นั้นจึงตั้งใจ ว่าจะสังหารข้าหล้วงโอเดียสให้สมกับความแค้นให้ได้
เรื่องราวนั้น ทำให้อเล็กซานเดรียติดจนงอมแงม แต่ที่รอยทำอย่างนั้น เขามีจุดประสงค์บางอย่างที่เคลือบแฝงอยู่
ความเศร้าโศกเสียใจที่สูญเสียคนรักนั้น ทำให้รอยไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป
รอยจึงพยายามหลอกให้อเล็กซานเดรียไปหยิบยามอร์ฟีนมาให้ เพื่อที่เขาจะได้ตาย ดังใจอยากเสียที
ในครั้งแรก รอยทำไม่สำเร็จ เพราะอเล็กซานเดรียเข้าใจผิด คิดว่าตัว E ในคำว่า Morphine เป็นเลข 3 เธอจึงเอายามาให้รอยเพียงแค่ 3 เม็ด ซึ่งไม่เพียงพอ...
รอยได้เล่าเรื่องต่อไป ความเป็นจริง กับเรื่องเล่าเริ่มผสมปนเปกัน...
ในครั้งที่สอง รอยพยายามให้อเล็กซานเดรีย ไปหยิบยาในตู้ของคนไข้คนอื่น และครั้งนี้เธอก็ทำได้สำเร็จ รอยได้ยามาเต็มขวด และเขาก็ทานมันไปทั้งหมด อีกทั้งบอกอเล็กซานเดรียว่า ให้ไปซะเมื่อเขาหลับ และพรุ่งนี้ไม่ต้องกลับมาอีก...
"ฉันไม่อยากให้เธอเห็นฉันในสภาพนี้"
รุ่งเช้า มีศพถูกขนออกมา อเล็กซานเดรียเห็น เธอตกใจมาก เธอคิดว่ารอยได้จากเธอไปเสียแล้ว...
เธอจึงรีบไปที่เตียงของรอย และพบว่า เขายังคงนอนหลับอยู่ ศพที่ถูกขนออกไปนั้น เป็นศพของคุณตาอีกคนนึง ผู้ที่เคยให้ magic word กับอเล็กซานเดรีย
"googly googly,... be gone"
ยาที่รอยกินนั้น เป็นเพียงยาหลอก (น้ำตาล) เมื่อเขาตื่นมาและพบว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่...
เขาคลุ้มคลั่ง...
อเล็กซานเดรียเห็นเช่นนั้น เธอ...ไม่สบายใจ เธอไม่อยากเสียรอยไป เหมือนที่เธอเคยเสียพ่อของเธอ...
ในคืนนั้น เธอแอบเข้าไปยังที่จ่ายยา หวังจะเอายาไปให้รอย... เพื่อให้เขาหาย...
เธอปีนขึ้นไปหยิบยา...
เธอล้ม....
หลังจากผ่าตัดสมอง รอยเข้ามาเยี่ยมเธอ...
เธอต้องการให้รอย เล่าเรื่องให้จบ...
เพราะความหดหู่ และไม่อยากมีชีวิตอยู่ของรอย... เขาทำให้เหล่าฮีโร่ในเรื่อง ต้องพบกับจุดจบ...
ทีละคน... ทีละคน...
จนสุดท้ายเหลือเพียงแค่ ฮีโร่...ที่แทน ตัวของรอย...พ่อของเธอ...
รอย...เลือกที่จะจบชีวิตของเขาลง...
อเล็กซานเดรีย...ต้องการให้เขามีชีวิตอยู่....
( dialog กับอารมณ์ตรงนี้ปรี๊ดมาก... ไม่รู้จะเล่ายังไงอะ T-T)
สุดท้าย รอยเลือกจะให้เขาอยู่... เพราะอเล็กซานเดรีย เพราะตัวเขาเอง...
....เหนื่อยมาก เล่ามาได้ไงวะ (ถึงจะแปร่งๆก็เถอะ)
ก็จริงๆนี่ก็เล่าเนื้อๆมาจากความเข้าใจของตัวเอง ไม่รู้ว่าถูกผิดยังไงนะครับ
จริงๆแล้วหนังยังมีส่วนอื่นๆอีกเยอะ เช่น เรื่องที่เล่า ที่ถ่ายทำออกมาสวยมากๆๆๆๆ
สัญลักษณ์อีกหลายๆอย่าง เช่น ส้ม ม้า น้ำแข็ง ที่ข้าพเจ้าก็ยังงงๆอยู่เหมือนกัน
-------------ไม่สปอล์ยแล้วหล่ะ--------------------
ก็เป็นอีกเรื่องที่น่าดูครับ ช่วงไคลแม็กซ์นี่ ปรี๊ด เลย
เข้าถึงไม่ยากครับ ถ้าชอบแนวนี้แนะนำให้ไปดูกัน
ประเด็นที่สำคัญที่จะลืมไม่ได้เลย คือ ชื่อเรื่องครับ The Fall แปลว่า ตก - ล้ม ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆครับ การตกที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้ จะเป็นประเด็นเกือบทั้งสิ้น และนอกจากนั้นการตกแต่ละครั้งยังทำออกมาสวยงาม เป็นการตกที่ดูดีมีสกุลรุนชาติมากๆอีกด้วย ^ ^
ตอนแรกไม่คิดจะดูหนังเรื่องนี้เลย จนกระทั่งได้อ่านสเปซของแท็ป บวกกับได้เห็น Trailer ของเรื่องนี้แล้วเกิดตะลึงงัน เหมือนมีมนต์สะกดให้ไปซื้อตั๋ว (เวอร์ไป) จิงๆอยากดูเพราะ น้องที่เล่นเป็นอเล็กซานเดรีย น่ารักดี เหอๆ
เรื่องราวเกิดขึ้นที่โรงพยาบาลที่ LA สำหรับเวลานั้น ก็คงหลายสิบปีมาแล้ว... โรงพยาบาลธรรมดาๆ ที่มีคนไข้ธรรมดาๆ สองคน ได้พบกัน ด้วยเหตุผลที่...ดูเหมือนจะธรรมดา นั่นก็คือ รอย สตันท์แมนหนุ่มที่เข้าฉากแล้วต้องกระโดดตกลงมาจากรางรถไฟ กับเด็กหญิงตัวน้อย เอล็กซานเดรีย ที่แขนหัก เพราะตกจากต้นส้มขณะที่กำลังเก็บส้มในไร่ การพบกันของทั้งสอง ทำให้เกิดเรื่องเล่าธรรมดา... ที่ไม่ธรรมดา
-------------------ต่อไปนี้คงจะสปอล์ย----------------------
เรื่องราวที่เขาเล่านั้น โดยแรกเริ่ม ก็เหมือนนิทานก่อนนอนธรรมดา ที่ผู้ใหญ่เล่าให้เด็กฟัง แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ เมื่อเรื่องจริงกลับเรื่องเล่าเริ่มเป็นเรื่องเดียวกัน เรื่องนั้นกลับเหมือนสัญลักษณ์ที่แสดงถึงอารมณ์ ความรู้สึก ของทั้งคู่ - รอย และอเล็กซานเดรีย
รอย นั้นเป็นสตันท์แมน การเข้าฉากในครั้งนั้น ทำให้เขาเป็นอัมพาต และต้องสูญเสียคนรักไป
อเล็กซานเดรีย เด็กสาวซึ่งในอดีตได้สูญเสียพ่อของเธอไป จากกลุ่มคนที่เธอเรียกว่า angry men
การพบกันของทั้งคู่นั้นเกิดจากการที่อเล็กซานเดรีย โยนกระดาษที่เขียนข้อความหมายจะให้คุณพยาบาล แต่มันดันไปตก อยู่ที่เตียงของรอยแทน
รอยได้เล่าเรื่อง เกี่ยวกับฮีโร่ 5 คน ที่มีความแค้น ต่อข้าหลวงโอเดียส (ด้วยสาเหตุต่างๆกัน) ทั้ง 5 นั้นจึงตั้งใจ ว่าจะสังหารข้าหล้วงโอเดียสให้สมกับความแค้นให้ได้
เรื่องราวนั้น ทำให้อเล็กซานเดรียติดจนงอมแงม แต่ที่รอยทำอย่างนั้น เขามีจุดประสงค์บางอย่างที่เคลือบแฝงอยู่
ความเศร้าโศกเสียใจที่สูญเสียคนรักนั้น ทำให้รอยไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป
รอยจึงพยายามหลอกให้อเล็กซานเดรียไปหยิบยามอร์ฟีนมาให้ เพื่อที่เขาจะได้ตาย ดังใจอยากเสียที
ในครั้งแรก รอยทำไม่สำเร็จ เพราะอเล็กซานเดรียเข้าใจผิด คิดว่าตัว E ในคำว่า Morphine เป็นเลข 3 เธอจึงเอายามาให้รอยเพียงแค่ 3 เม็ด ซึ่งไม่เพียงพอ...
รอยได้เล่าเรื่องต่อไป ความเป็นจริง กับเรื่องเล่าเริ่มผสมปนเปกัน...
ในครั้งที่สอง รอยพยายามให้อเล็กซานเดรีย ไปหยิบยาในตู้ของคนไข้คนอื่น และครั้งนี้เธอก็ทำได้สำเร็จ รอยได้ยามาเต็มขวด และเขาก็ทานมันไปทั้งหมด อีกทั้งบอกอเล็กซานเดรียว่า ให้ไปซะเมื่อเขาหลับ และพรุ่งนี้ไม่ต้องกลับมาอีก...
"ฉันไม่อยากให้เธอเห็นฉันในสภาพนี้"
รุ่งเช้า มีศพถูกขนออกมา อเล็กซานเดรียเห็น เธอตกใจมาก เธอคิดว่ารอยได้จากเธอไปเสียแล้ว...
เธอจึงรีบไปที่เตียงของรอย และพบว่า เขายังคงนอนหลับอยู่ ศพที่ถูกขนออกไปนั้น เป็นศพของคุณตาอีกคนนึง ผู้ที่เคยให้ magic word กับอเล็กซานเดรีย
"googly googly,... be gone"
ยาที่รอยกินนั้น เป็นเพียงยาหลอก (น้ำตาล) เมื่อเขาตื่นมาและพบว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่...
เขาคลุ้มคลั่ง...
อเล็กซานเดรียเห็นเช่นนั้น เธอ...ไม่สบายใจ เธอไม่อยากเสียรอยไป เหมือนที่เธอเคยเสียพ่อของเธอ...
ในคืนนั้น เธอแอบเข้าไปยังที่จ่ายยา หวังจะเอายาไปให้รอย... เพื่อให้เขาหาย...
เธอปีนขึ้นไปหยิบยา...
เธอล้ม....
หลังจากผ่าตัดสมอง รอยเข้ามาเยี่ยมเธอ...
เธอต้องการให้รอย เล่าเรื่องให้จบ...
เพราะความหดหู่ และไม่อยากมีชีวิตอยู่ของรอย... เขาทำให้เหล่าฮีโร่ในเรื่อง ต้องพบกับจุดจบ...
ทีละคน... ทีละคน...
จนสุดท้ายเหลือเพียงแค่ ฮีโร่...ที่แทน ตัวของรอย...พ่อของเธอ...
รอย...เลือกที่จะจบชีวิตของเขาลง...
อเล็กซานเดรีย...ต้องการให้เขามีชีวิตอยู่....
( dialog กับอารมณ์ตรงนี้ปรี๊ดมาก... ไม่รู้จะเล่ายังไงอะ T-T)
สุดท้าย รอยเลือกจะให้เขาอยู่... เพราะอเล็กซานเดรีย เพราะตัวเขาเอง...
....เหนื่อยมาก เล่ามาได้ไงวะ (ถึงจะแปร่งๆก็เถอะ)
ก็จริงๆนี่ก็เล่าเนื้อๆมาจากความเข้าใจของตัวเอง ไม่รู้ว่าถูกผิดยังไงนะครับ
จริงๆแล้วหนังยังมีส่วนอื่นๆอีกเยอะ เช่น เรื่องที่เล่า ที่ถ่ายทำออกมาสวยมากๆๆๆๆ
สัญลักษณ์อีกหลายๆอย่าง เช่น ส้ม ม้า น้ำแข็ง ที่ข้าพเจ้าก็ยังงงๆอยู่เหมือนกัน
-------------ไม่สปอล์ยแล้วหล่ะ--------------------
ก็เป็นอีกเรื่องที่น่าดูครับ ช่วงไคลแม็กซ์นี่ ปรี๊ด เลย
เข้าถึงไม่ยากครับ ถ้าชอบแนวนี้แนะนำให้ไปดูกัน
ประเด็นที่สำคัญที่จะลืมไม่ได้เลย คือ ชื่อเรื่องครับ The Fall แปลว่า ตก - ล้ม ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆครับ การตกที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้ จะเป็นประเด็นเกือบทั้งสิ้น และนอกจากนั้นการตกแต่ละครั้งยังทำออกมาสวยงาม เป็นการตกที่ดูดีมีสกุลรุนชาติมากๆอีกด้วย ^ ^
เพิ่งไปดูมา: Taken
เป็นหนังอีกเรื่องนึงที่ ดูเหมือนจะเป็นหนังฟอร์มยักษ์แต่กลับมีฉายแค่ไม่กี่โรง (ไม่กี่รอบด้วย - ลิโด้ 10.15 กับ 18.30)
Taken เป็นหนังแอคชั่นอีกเรื่องนึง ที่มีประเด็นหลักอยู่ที่ พ่อ (ซึ่งเป็นอดีตสายลับ ฝีมือพระกาฬ) เมื่อรู้ว่าลูกสาวถูกแก็งค์ค้ามนุษย์จับตัวไปตอนไปเที่ยวฝรั่งเศส (น่าจะเป็นที่มาของคำว่า Taken) ตัวพ่อนั้น ด้วยความที่รักและเป็นห่วงลูก จึงต้องออกเดินทางไปช่วยลูกกลับมาให้ได้ ... ไม่รู้จะเล่ายังไง เก็บไม่หมดอะ คงต้องไปดูเอง -*-
ในด้านความเป็นแอ็คชันนั้น ทำออกมาได้ดี มีจังหวะที่ลุ้น จังหวะที่คลาย ทำให้รู้สึกสนุกและตื่นเต้นไปกับหนังได้อย่างไหลลื่น ถึงแม้ฉากต่อสู้บางฉากนั้น แอบดูไม่ทันเพราะกล้องตัดภาพไวไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้หนังสนุกน้อยลงแต่อย่างใด
สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ น่าสนใจมากขึ้น คือคาแรคเตอร์ของตัวละคร ที่เป็นพ่อ... ที่มีความรู้สึกว่าลูกสาวนั้นสำคัญ และต้องช่วยกลับมาให้ได้ไม่ว่าหนทางใด นอกจากนั้นยังมีความเคียดแค้นต่อศัตรูอย่างเต็มเปี่ยม (กลุ่มที่จับลูกสาวไป) จึงทำให้รู้สึกว่า การที่ตัวละครตัดสินใจทำอะไรไปนั้น ไม่ได้เป็นไปอย่างลอยๆ แต่มี motivation ที่สำคัญ คือ ความเป็นพ่อ...
---------------------ต่อไปนี้อาจจะสปอล์ยนิดหน่อย--------------------
ส่วนตัว ชอบคาแรคเตอร์ของตัวพ่อมาก (ในบทบาทการเป็นอดีตสายลับนะ) คือ มันรู้ทุกอย่าง หาข้อมูลทุกอย่าง ก่อนที่จะทำอะไรลงไป (ส่วนตัวเป็นคนหลงใหลในความรู้อยู่แล้ว) มีการวางแผน มีการคาดการณ์ อาจจะด้วยประสบการณ์หรืออย่างอื่นก็ตาม... เด็ดสุดที่คิดไม่ถึงเลย คือ ตอนที่หลอกให้พวกนั้นพูดคำว่า Good Luck... แบบ โอ้ว คิดได้ไงเนี่ย
ถึงแม้แนวทางการดำเนินเรื่อง อาจดูสูตรสำเร็จไปบ้าง (แบบเออ เอ็งเก่ง เอ็งทำได้ทุกอย่าง... มีเสียท่านิดนึงให้หวาดเสียว แต่ก็พลิกกลับมาได้) แต่เรื่องนี้ก็เป็นหนังที่มันส์มากๆๆ เรื่องนึงเลย
--------------------จบ ไม่สปอล์ยแระ----------------------
ก็ยังแปลกใจนะครับ ว่าหนังดีขนาดนี้ ทำไมมีฉายน้อยจัง -*-
ปล. เพิ่งมารู้เมื่อไม่นานนี้ว่า ดาราที่เล่นนี่เป็นดาราที่เราชอบ ทั้ง เลียม นีสัน และก้อเฟมเก้ เจนเซ่น(จีน เกรย์ ใน x-men) เลย
Taken เป็นหนังแอคชั่นอีกเรื่องนึง ที่มีประเด็นหลักอยู่ที่ พ่อ (ซึ่งเป็นอดีตสายลับ ฝีมือพระกาฬ) เมื่อรู้ว่าลูกสาวถูกแก็งค์ค้ามนุษย์จับตัวไปตอนไปเที่ยวฝรั่งเศส (น่าจะเป็นที่มาของคำว่า Taken) ตัวพ่อนั้น ด้วยความที่รักและเป็นห่วงลูก จึงต้องออกเดินทางไปช่วยลูกกลับมาให้ได้ ... ไม่รู้จะเล่ายังไง เก็บไม่หมดอะ คงต้องไปดูเอง -*-
ในด้านความเป็นแอ็คชันนั้น ทำออกมาได้ดี มีจังหวะที่ลุ้น จังหวะที่คลาย ทำให้รู้สึกสนุกและตื่นเต้นไปกับหนังได้อย่างไหลลื่น ถึงแม้ฉากต่อสู้บางฉากนั้น แอบดูไม่ทันเพราะกล้องตัดภาพไวไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้หนังสนุกน้อยลงแต่อย่างใด
สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ น่าสนใจมากขึ้น คือคาแรคเตอร์ของตัวละคร ที่เป็นพ่อ... ที่มีความรู้สึกว่าลูกสาวนั้นสำคัญ และต้องช่วยกลับมาให้ได้ไม่ว่าหนทางใด นอกจากนั้นยังมีความเคียดแค้นต่อศัตรูอย่างเต็มเปี่ยม (กลุ่มที่จับลูกสาวไป) จึงทำให้รู้สึกว่า การที่ตัวละครตัดสินใจทำอะไรไปนั้น ไม่ได้เป็นไปอย่างลอยๆ แต่มี motivation ที่สำคัญ คือ ความเป็นพ่อ...
---------------------ต่อไปนี้อาจจะสปอล์ยนิดหน่อย--------------------
ส่วนตัว ชอบคาแรคเตอร์ของตัวพ่อมาก (ในบทบาทการเป็นอดีตสายลับนะ) คือ มันรู้ทุกอย่าง หาข้อมูลทุกอย่าง ก่อนที่จะทำอะไรลงไป (ส่วนตัวเป็นคนหลงใหลในความรู้อยู่แล้ว) มีการวางแผน มีการคาดการณ์ อาจจะด้วยประสบการณ์หรืออย่างอื่นก็ตาม... เด็ดสุดที่คิดไม่ถึงเลย คือ ตอนที่หลอกให้พวกนั้นพูดคำว่า Good Luck... แบบ โอ้ว คิดได้ไงเนี่ย
ถึงแม้แนวทางการดำเนินเรื่อง อาจดูสูตรสำเร็จไปบ้าง (แบบเออ เอ็งเก่ง เอ็งทำได้ทุกอย่าง... มีเสียท่านิดนึงให้หวาดเสียว แต่ก็พลิกกลับมาได้) แต่เรื่องนี้ก็เป็นหนังที่มันส์มากๆๆ เรื่องนึงเลย
--------------------จบ ไม่สปอล์ยแระ----------------------
ก็ยังแปลกใจนะครับ ว่าหนังดีขนาดนี้ ทำไมมีฉายน้อยจัง -*-
ปล. เพิ่งมารู้เมื่อไม่นานนี้ว่า ดาราที่เล่นนี่เป็นดาราที่เราชอบ ทั้ง เลียม นีสัน และก้อเฟมเก้ เจนเซ่น(จีน เกรย์ ใน x-men) เลย
Gr.Dog Healthy Day
วันสุขภาพดีแห่งกรุ๊ปด็อก...
ก็ได้ยินจากเป้ว่าน้องๆเข้าจะไปตีแบตกัน ประมาณเที่ยงๆของวันศุกร์ เราก็เห็นว่าดีจะได้เจอน้องๆก็เลยกะจะไปหา แต่ปรากฏว่า ตื่นสายครับ(ไม่สายมั้ง บ่ายโมงกว่าเนี่ย) ก็โอเคงั้นเดี๋ยวแว้บไปหาแล้วกัน...
เดินผ่านมาทางหอกลาง ก็รู้สึกตกตะลึง เมื่อเห็น น้องๆกรุ๊ปด็อก เต็มไปหมด กำลังออกกำลังกายกันอย่างสนุกสนาน (เป็นที่มาที่เรียกว่าวันสุขภาพดี) บางส่วนก็เล่นบาสอยู่ตรงแถวๆเซเว่นสนามกีฬา บางส่วนก็อยู่ในฟิตเนส และที่เหลือก็ตีแบตอยู่ในสนามกีฬาในร่ม ด้วยความที่ได้โทรคุยกันก่อนหน้านี้แล้ว ก็เลยตรงเข้าไปในสนามเลย
เข้าไปในสนาม โห แม่งกรุ๊ปเราแดกคอร์ดแบตไปครึ่งนึงได้ -*-
เนื่องจากวันนี้ตืนสายครับ เลยไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย กะมานั่งดูเฉยๆ ก้อมารองเท้าแตะครับ เสื้อก็ไม่ได้เอามาเปลี่ยน ...มีคนชวนเล่นครับ ก็เลยเล่น ตีนเปล่าเลย ผลสุดท้ายก็ เหงื่อโซม -*- เหนอะหน่ะมากเลยทีเดียว แถมเท้าพองอีกตะหาก T-T แต่ก้อสนุกดีครับ นานๆจะมาที เหอๆ
ตกเย็นก็ยกขโยงกันไปกินดรีมสเต็ก ก้อกินพื้นที่ร้านไปมากอยู่ (คนเยอะนี่เนาะ)
สนุกดีครับ นานๆจะได้ มีกิจกรรมร่วมกัน มารวมกันยังงี้ครบทุกชั้นปี ^^
กินเสร็จก็รีบบึ่งไปสยามเลยครับ คือวันนี้ตั้งใจว่าตอนเย็น (หกโมงครึ่ง) จะมาดู Taken ที่ลิโด้อยู่แล้ว แต่อยู่กับน้องๆนานไปนิด เข้าไปหนังก็ฉายแล้ว (แต่ไม่รู้ฉายไปนานหรือยัง แต่เนื้อเรื่องอะไรก็ดูครบดีนะ) เป็นหนังที่สนุกดีอีกเรื่องนึงเลย
ดูเสร็จเดินลงมา ไม่รู้อะไรดลใจ ได้ดู Trailer ของ The Fall แล้วดันรู้สึกชะงักงัน เหมือนโดนมนต์สะกด ก็เลยได้ดู The Fall อีกเรื่องต่อกันเลย (สองทุ่มสี่สิบห้า) เป็นหนังที่ดูดีกว่าที่คาด (คือ assume ไว้ว่าหนังมันจะอาร์ตมาก แต่ก็ไม่ได้ดูยากขนาดนั้น)
ดูจบก็ห้าทุ่มแล้วครับ ขี้เกียจเรียกแท็กซี่กลับบ้าน เห็นรถตู้ยังมีอยู่ ก็เลยขึ้นรถตู้กลับบ้าน อืม.. เป็นรถที่แปลกมากครับ เพราะมันวิ่งได้ (วิ่งได้เร็วด้วย) ทั้งๆที่มิเตอร์ความเร็วอยู่ที่ 0 Km/Hr ตลอดเวลา เหอๆ
นั่งมาลงเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ได้จังหวะเหมาะเหม็งพอดีต่อ 542 กลับบ้านทันควัน แถมได้ขึ้นฟรีด้วย เข้าใจว่าคงเป็นเที่ยวสุดท้าย และก็กำลังจะเข้าอู่ กระเป๋ารถเมล์แกม้วนตั๋วเก็บเศษตังหมดแล้ว เหอๆ (ดีจัง ประหยัด)
ปล. อันนี้ไม่มี Point อะไรอะ แค่อยากเก็บไว้ดูเฉยๆ
ปล2. วันนี้เห็นที่สยามมีแผงขาย ช็อกโกแลตอันเล็กๆ ลักษณะเป็นเหมือนดุมแล้วมีตัวอักษรภาษาอังกฤษ ขายอันละ 6 บาท เห็นอยู่ตั้ง 2 แผง มีคนรุมซื้อเต็มเลยหล่ะ อืมม เขาก็เข้าใจคิดดีนะ (เห็นคนซื้อแบบ พยายามเอามาเรียงเป็นคำอยู่ คงซื้อไปให้คนรู้จัก แต่เห็นๆในมือแกนี่ ยาวเป็นสิบๆตัวอักษรเลย เหอๆ)
ปล3. Router กลับมาแล้ว จากการที่กดปุ่ม Hard Reset ไป 30 วินาที แต่กลับมาไม่เต็มง่ะ... ไวร์เลสยังใช้มะได้ T-T
ก็ได้ยินจากเป้ว่าน้องๆเข้าจะไปตีแบตกัน ประมาณเที่ยงๆของวันศุกร์ เราก็เห็นว่าดีจะได้เจอน้องๆก็เลยกะจะไปหา แต่ปรากฏว่า ตื่นสายครับ(ไม่สายมั้ง บ่ายโมงกว่าเนี่ย) ก็โอเคงั้นเดี๋ยวแว้บไปหาแล้วกัน...
เดินผ่านมาทางหอกลาง ก็รู้สึกตกตะลึง เมื่อเห็น น้องๆกรุ๊ปด็อก เต็มไปหมด กำลังออกกำลังกายกันอย่างสนุกสนาน (เป็นที่มาที่เรียกว่าวันสุขภาพดี) บางส่วนก็เล่นบาสอยู่ตรงแถวๆเซเว่นสนามกีฬา บางส่วนก็อยู่ในฟิตเนส และที่เหลือก็ตีแบตอยู่ในสนามกีฬาในร่ม ด้วยความที่ได้โทรคุยกันก่อนหน้านี้แล้ว ก็เลยตรงเข้าไปในสนามเลย
เข้าไปในสนาม โห แม่งกรุ๊ปเราแดกคอร์ดแบตไปครึ่งนึงได้ -*-
เนื่องจากวันนี้ตืนสายครับ เลยไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย กะมานั่งดูเฉยๆ ก้อมารองเท้าแตะครับ เสื้อก็ไม่ได้เอามาเปลี่ยน ...มีคนชวนเล่นครับ ก็เลยเล่น ตีนเปล่าเลย ผลสุดท้ายก็ เหงื่อโซม -*- เหนอะหน่ะมากเลยทีเดียว แถมเท้าพองอีกตะหาก T-T แต่ก้อสนุกดีครับ นานๆจะมาที เหอๆ
ตกเย็นก็ยกขโยงกันไปกินดรีมสเต็ก ก้อกินพื้นที่ร้านไปมากอยู่ (คนเยอะนี่เนาะ)
สนุกดีครับ นานๆจะได้ มีกิจกรรมร่วมกัน มารวมกันยังงี้ครบทุกชั้นปี ^^
กินเสร็จก็รีบบึ่งไปสยามเลยครับ คือวันนี้ตั้งใจว่าตอนเย็น (หกโมงครึ่ง) จะมาดู Taken ที่ลิโด้อยู่แล้ว แต่อยู่กับน้องๆนานไปนิด เข้าไปหนังก็ฉายแล้ว (แต่ไม่รู้ฉายไปนานหรือยัง แต่เนื้อเรื่องอะไรก็ดูครบดีนะ) เป็นหนังที่สนุกดีอีกเรื่องนึงเลย
ดูเสร็จเดินลงมา ไม่รู้อะไรดลใจ ได้ดู Trailer ของ The Fall แล้วดันรู้สึกชะงักงัน เหมือนโดนมนต์สะกด ก็เลยได้ดู The Fall อีกเรื่องต่อกันเลย (สองทุ่มสี่สิบห้า) เป็นหนังที่ดูดีกว่าที่คาด (คือ assume ไว้ว่าหนังมันจะอาร์ตมาก แต่ก็ไม่ได้ดูยากขนาดนั้น)
ดูจบก็ห้าทุ่มแล้วครับ ขี้เกียจเรียกแท็กซี่กลับบ้าน เห็นรถตู้ยังมีอยู่ ก็เลยขึ้นรถตู้กลับบ้าน อืม.. เป็นรถที่แปลกมากครับ เพราะมันวิ่งได้ (วิ่งได้เร็วด้วย) ทั้งๆที่มิเตอร์ความเร็วอยู่ที่ 0 Km/Hr ตลอดเวลา เหอๆ
นั่งมาลงเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ได้จังหวะเหมาะเหม็งพอดีต่อ 542 กลับบ้านทันควัน แถมได้ขึ้นฟรีด้วย เข้าใจว่าคงเป็นเที่ยวสุดท้าย และก็กำลังจะเข้าอู่ กระเป๋ารถเมล์แกม้วนตั๋วเก็บเศษตังหมดแล้ว เหอๆ (ดีจัง ประหยัด)
ปล. อันนี้ไม่มี Point อะไรอะ แค่อยากเก็บไว้ดูเฉยๆ
ปล2. วันนี้เห็นที่สยามมีแผงขาย ช็อกโกแลตอันเล็กๆ ลักษณะเป็นเหมือนดุมแล้วมีตัวอักษรภาษาอังกฤษ ขายอันละ 6 บาท เห็นอยู่ตั้ง 2 แผง มีคนรุมซื้อเต็มเลยหล่ะ อืมม เขาก็เข้าใจคิดดีนะ (เห็นคนซื้อแบบ พยายามเอามาเรียงเป็นคำอยู่ คงซื้อไปให้คนรู้จัก แต่เห็นๆในมือแกนี่ ยาวเป็นสิบๆตัวอักษรเลย เหอๆ)
ปล3. Router กลับมาแล้ว จากการที่กดปุ่ม Hard Reset ไป 30 วินาที แต่กลับมาไม่เต็มง่ะ... ไวร์เลสยังใช้มะได้ T-T
Thursday, October 9, 2008
ผมคงไม่ถูกกับฮาร์ดแวร์ จริงๆ
เขียนตอนกำลังรอ backup ข้อมูลอยู่ครับ นานได้อีก... คือเรื่องมันมีอยู่ว่า...
วันนี้ออกไปพันธุ์ทิพย์ครับ จะไปซื้อเมนบอร์ด มาเปลี่ยนให้เจ้าคอมเครื่องเก่าได้กลับมาวิ่งซะที หลังจากทิ้งไว้ตั้งสองสามเดือน ด้วยประสบการณ์เมื่อปีที่แล้วที่ได้ไปเดินหาเมนบอร์ดมาเปลี่ยนให้เจ้านี่ครั้งนึงแล้ว พบว่า หายากมากๆๆๆๆๆ เลยครับ (อิจฉาคนใช้ Intel เลยตอนนั้น) แต่วันนี้ผิดคาดครับ เดินแป๊บเดียวก็เจอแล้ว แหม... วันนี้ดวงดีแฮะ (สงสัยมันมีของมาพอดี เห็นว่าเป็นของใหม่ มีขายกันหลายร้านด้วย)
กลับมาบ้านก็จัดแจงเตรียมเปลี่ยน ก็เริ่มถอดประกอบเลยครับ รื้อไปรื้อมาเกือบเสร็จ ติดปัญหาอยู่ที่ว่า... แงะฮีตซิงค์ไม่ออก คือแบบว่า ตั้งแต่ทำมา ยังไม่เคยใส่-ถอดฮีตซิงค์กับซีพียูเลยอะครับ เหอๆ... (ส่วนมากก้อให้ร้านประกอบให้)
ทำไปทำมาเริ่มต้องการความช่วยเหลือ ก็เลยถามอิด ได้ความว่า ก็แงะไปเลย โอเค แงะก็แงะ... งืบบบ แงะไปแงะมา แง่งฮีตซิงค์งอครับ เหอๆ... แต่ก็ออกมาได้ ไม่มีอะไรบุบสลายๆ
โอเค ต่อไปก้อทำความสะอาดเคส เพิ่งรู้ว่าที่บ้านมี blower ด้วย ว้าวๆๆ... สนุกดี เป่าฝุ่นกระจุยเลย
ทีนี้ก้อเริ่มประกอบครับ ก้อดูไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ฮ้า... คอมเราจะกลับมาแล้ว....
เปิดเครื่อง ปุ๊บ อู้วว ใช้ได้ แต่เอ๊ะ... มีอะไรแปลกๆ Athlon XP 2200+ ของตรูทำไมเหลือแค่ 1500+ วะ... ดูไปดูมาก็พบว่า FSB มันเหลือ 100MHz เท่านั้น ทั้งๆที่ XP 2200+ มันต้อง 133MHz... โอเคๆ เดี๋ยวไปปรับ Jumper เอาก็ได้ พอปรับปุ๊บ... ตื๊ด....ตื๊ด....ตื๊ด..... ซะงั้นอะ.... ไรฟะ แต่ก้อไม่รู้จะแก้ไง ก้อต้องทนใช้ 1500+ไป T-T
ต่อไปเราก็จะแบ็คอัพข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ก่อนที่จะลง OS ใหม่ แต่ว่าจำได้ว่ามันมี OS อยู่แล้ว ก็เลยลองเปิดดู ปุ๊บ... Windows เจ๊ง (อีกแล้ว) แง่ม ไรเนี่ย มีแต่ปัญหา... โอเคไม่เป็นไร เดี๋ยวเราถอดฮาร์ดดิสก์มาใส่ Box USB แล้วก๊อปเอาก็ได้... ปุ๊บ Box ใช้ไม่ได้ ไม่รู้สาเหตุ แต่แม่งเหมือนไฟมันเพี๊ยนๆ (Adaptor ห่วย) แบบเสียบ USB แล้วจอสั่นอะ (จอ LCD ซะด้วยนะ) แล้ว Adaptor ก็ร้อนมากๆ -*- ทำไมตรูมือซวยจริงๆเลยวะ
คิดหนักเลยทีนี้ จะทำไงดี Boot ก็ไม่ได้ ก๊อปก็ไม่ได้... อ๊ะ เรามีแผ่น Windows Portable อยู่นี่นา.... ลองใช้ดูซิ.... ใช้ไม่ได้... อะไรกันนักหนาวะ -*-
สุดท้ายไม่รู้จะทำไง รื้อห้องไปมา ไปเจอ Harddisk เก่าอยู่ตัวนึง (10 GB) เลยมีไอเดีย งั้นเราเอาตัวนี้เป็นตัวลง OS ชั่วคราวก่อนก็ได้ แล้วเดี๋ยว Copy ข้อมูลผ่าน Lan เอา... ก็เลยลงเอยที่วิธีนี้...
ตอนนี้ก็ก๊อปข้อมูลอยู่ เร็วใช้ได้นะครับ แต่ก็ช้าอยู่ดี (ประมาณ 5-6 MBps) ข้อมูลที่จะ Copy ทั้งหมดก้อ...ไม่เยอะเท่าไหร่ครับ แค่ร้อยว่ากิ๊กเอง T-T ไม่อยากคำนวณเวลาเล้ย....
ก็ทำใจครับ ไม่รู้จะทำไงแล้วอะ T-T
ปล. ถอดฮาร์ดดิสก์มาต่อในเครื่องก็ไม่ได้ เพราะตัวนึงเป็น IDE ตัวนึงเป็น SATA
ปล2. ทำไมเวลาเปิด share folder แล้วมันมาไม่หมดอะครับ มีวิธีแก้ไหมเนี่ย...
ปล3. ผมคงไม่ถูกกับฮาร์ดแวร์ จริงๆด้วย T-T
Update นะครับ ตอนนี้ Router ผมพังอีกตัวแล้วครับ T-T
วันนี้ออกไปพันธุ์ทิพย์ครับ จะไปซื้อเมนบอร์ด มาเปลี่ยนให้เจ้าคอมเครื่องเก่าได้กลับมาวิ่งซะที หลังจากทิ้งไว้ตั้งสองสามเดือน ด้วยประสบการณ์เมื่อปีที่แล้วที่ได้ไปเดินหาเมนบอร์ดมาเปลี่ยนให้เจ้านี่ครั้งนึงแล้ว พบว่า หายากมากๆๆๆๆๆ เลยครับ (อิจฉาคนใช้ Intel เลยตอนนั้น) แต่วันนี้ผิดคาดครับ เดินแป๊บเดียวก็เจอแล้ว แหม... วันนี้ดวงดีแฮะ (สงสัยมันมีของมาพอดี เห็นว่าเป็นของใหม่ มีขายกันหลายร้านด้วย)
กลับมาบ้านก็จัดแจงเตรียมเปลี่ยน ก็เริ่มถอดประกอบเลยครับ รื้อไปรื้อมาเกือบเสร็จ ติดปัญหาอยู่ที่ว่า... แงะฮีตซิงค์ไม่ออก คือแบบว่า ตั้งแต่ทำมา ยังไม่เคยใส่-ถอดฮีตซิงค์กับซีพียูเลยอะครับ เหอๆ... (ส่วนมากก้อให้ร้านประกอบให้)
ทำไปทำมาเริ่มต้องการความช่วยเหลือ ก็เลยถามอิด ได้ความว่า ก็แงะไปเลย โอเค แงะก็แงะ... งืบบบ แงะไปแงะมา แง่งฮีตซิงค์งอครับ เหอๆ... แต่ก็ออกมาได้ ไม่มีอะไรบุบสลายๆ
โอเค ต่อไปก้อทำความสะอาดเคส เพิ่งรู้ว่าที่บ้านมี blower ด้วย ว้าวๆๆ... สนุกดี เป่าฝุ่นกระจุยเลย
ทีนี้ก้อเริ่มประกอบครับ ก้อดูไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ฮ้า... คอมเราจะกลับมาแล้ว....
เปิดเครื่อง ปุ๊บ อู้วว ใช้ได้ แต่เอ๊ะ... มีอะไรแปลกๆ Athlon XP 2200+ ของตรูทำไมเหลือแค่ 1500+ วะ... ดูไปดูมาก็พบว่า FSB มันเหลือ 100MHz เท่านั้น ทั้งๆที่ XP 2200+ มันต้อง 133MHz... โอเคๆ เดี๋ยวไปปรับ Jumper เอาก็ได้ พอปรับปุ๊บ... ตื๊ด....ตื๊ด....ตื๊ด..... ซะงั้นอะ.... ไรฟะ แต่ก้อไม่รู้จะแก้ไง ก้อต้องทนใช้ 1500+ไป T-T
ต่อไปเราก็จะแบ็คอัพข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ก่อนที่จะลง OS ใหม่ แต่ว่าจำได้ว่ามันมี OS อยู่แล้ว ก็เลยลองเปิดดู ปุ๊บ... Windows เจ๊ง (อีกแล้ว) แง่ม ไรเนี่ย มีแต่ปัญหา... โอเคไม่เป็นไร เดี๋ยวเราถอดฮาร์ดดิสก์มาใส่ Box USB แล้วก๊อปเอาก็ได้... ปุ๊บ Box ใช้ไม่ได้ ไม่รู้สาเหตุ แต่แม่งเหมือนไฟมันเพี๊ยนๆ (Adaptor ห่วย) แบบเสียบ USB แล้วจอสั่นอะ (จอ LCD ซะด้วยนะ) แล้ว Adaptor ก็ร้อนมากๆ -*- ทำไมตรูมือซวยจริงๆเลยวะ
คิดหนักเลยทีนี้ จะทำไงดี Boot ก็ไม่ได้ ก๊อปก็ไม่ได้... อ๊ะ เรามีแผ่น Windows Portable อยู่นี่นา.... ลองใช้ดูซิ.... ใช้ไม่ได้... อะไรกันนักหนาวะ -*-
สุดท้ายไม่รู้จะทำไง รื้อห้องไปมา ไปเจอ Harddisk เก่าอยู่ตัวนึง (10 GB) เลยมีไอเดีย งั้นเราเอาตัวนี้เป็นตัวลง OS ชั่วคราวก่อนก็ได้ แล้วเดี๋ยว Copy ข้อมูลผ่าน Lan เอา... ก็เลยลงเอยที่วิธีนี้...
ตอนนี้ก็ก๊อปข้อมูลอยู่ เร็วใช้ได้นะครับ แต่ก็ช้าอยู่ดี (ประมาณ 5-6 MBps) ข้อมูลที่จะ Copy ทั้งหมดก้อ...ไม่เยอะเท่าไหร่ครับ แค่ร้อยว่ากิ๊กเอง T-T ไม่อยากคำนวณเวลาเล้ย....
ก็ทำใจครับ ไม่รู้จะทำไงแล้วอะ T-T
ปล. ถอดฮาร์ดดิสก์มาต่อในเครื่องก็ไม่ได้ เพราะตัวนึงเป็น IDE ตัวนึงเป็น SATA
ปล2. ทำไมเวลาเปิด share folder แล้วมันมาไม่หมดอะครับ มีวิธีแก้ไหมเนี่ย...
ปล3. ผมคงไม่ถูกกับฮาร์ดแวร์ จริงๆด้วย T-T
Update นะครับ ตอนนี้ Router ผมพังอีกตัวแล้วครับ T-T
เพิ่งไปดูมา: หลวงพี่เท่ง 2
ไม่เคยดูภาคแรก แต่ได้ยินบางคนบอกว่าภาคแรกดี แต่วันนี้ได้ไปดูโดยบังเอิญ
เพราะบังเอิญไปเจอพวก เป้ เฮ้ง แพนด้าจะไปดูกัน ก็เลยตามไปด้วย
(ตอนแรกกะจะไปดู Taken ไว้วันหลังแล้วกันนะจ๊ะ)
ก็เลยได้ไปดูที่ SF MBK รอบ สี่โมงสี่สิบ กำลังดี
โดยรวมสำหรับเราก็ว่าโอเคนะ ถ้าไม่คิดอะไรมาก ก็ดูได้ขำๆดี
(ถึงแม้บางคนอาจจะบ่นว่าเสียดายตังก็ตาม นานาจิตฺตํ)
-----------ต่อไปนี้น่าจะสปอล์ย...-------------
ตัวหนังขึ้นชื่ออยู่แล้วว่าเป็นหนังตลก ที่พยายามจะสอดแทรกธรรมะ
โดยในเรื่อง(รู้สึกว่า)เน้นเรื่องความสามัคคี รับผิดชอบต่อสังคม ทำดีได้ดี
ความแตกต่างของเชื่อชาติและศาสนา ซึ่งก็เข้ากับสถาณการณ์ปัจจุบันดี
แต่ตัวหนังยังทำได้ไม่ค่อยแยบยลเท่าใดนักในบางฉาก ขาดบ้างไปเกินบ้าง
มุกตลกไม่ถึงกับขำก๊าก แต่ก็พอให้หัวเราะได้บ้าง แต่มุกตลกหลายๆมุกก็ยังเป็น
มุกตลกที่อาศัยความหยาบโลนเพื่อให้ขำอยู่ จึงทำให้หนังเรื่องนี้ไม่ clean พอที่จะ
นำไปสอนคน (เด็กๆ) ได้จริงๆ คนดูจะต้องมีวิจารณญาณอยู่พอสมควรถึงจะได้ประโยชน์
(แต่คนที่มีวิจารณญาณก็น่าจะยึดหลักธรรมคำสอนข้างต้นอยู่แล้ว คงไม่ต้องสอนมั้ง)
ฉากนึงที่ทำให้จี๊ดอยู่บ้าง คือตอนท้ายๆ หนังก็ยังบอกว่า สุดท้ายคนไทยก็ยังเชื่อใน
อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ มากกว่าเนื้อหาของพระธรรมคำสอนอยู่ดี....
โดยรวมจึงขอบอกว่า หนังเรื่องนี้ไม่สุดนัก คือ ไม่ได้ตลกสุดๆจนขำก๊าก เรื่องการสอนธรรมะ
ก็ยังไม่แยบยล หรือน่าประทับใจ จนซาบซึ้งตรึงตรา แต่ถ้าดูเอาเพลินๆหนังเรื่องนี้ก็โอเค
ให้ความสุขได้ในระดับหนึ่ง
---------------------- ไม่สปอล์ยแล้ว------------------------
ก็เรื่อยๆครับเรื่องนี้
โปรแกรมหน้า ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ก็คง Taken หล่ะครับ (มี 1 เสียงยืนยันความสนุก เหอๆ)
ปล. จะว่าไปช่วงเดือนที่ผ่านมานี่ดูหนังไปหลายเรื่องมากๆ เป็นประวัติการณ์เลยนะเนี่ย
ไม่ว่าจะเป็น บุญชู, Mama Mia, Made of Honor, You don't mess with the Zohan, Cyborg She, Eagle Eye, หล่วงพี่เท่ง 2 เอ๊ะน้อยๆ รู้สึกตอนแรกนับได้เยอะกว่านี้ เหอๆ
เพราะบังเอิญไปเจอพวก เป้ เฮ้ง แพนด้าจะไปดูกัน ก็เลยตามไปด้วย
(ตอนแรกกะจะไปดู Taken ไว้วันหลังแล้วกันนะจ๊ะ)
ก็เลยได้ไปดูที่ SF MBK รอบ สี่โมงสี่สิบ กำลังดี
โดยรวมสำหรับเราก็ว่าโอเคนะ ถ้าไม่คิดอะไรมาก ก็ดูได้ขำๆดี
(ถึงแม้บางคนอาจจะบ่นว่าเสียดายตังก็ตาม นานาจิตฺตํ)
-----------ต่อไปนี้น่าจะสปอล์ย...-------------
ตัวหนังขึ้นชื่ออยู่แล้วว่าเป็นหนังตลก ที่พยายามจะสอดแทรกธรรมะ
โดยในเรื่อง(รู้สึกว่า)เน้นเรื่องความสามัคคี รับผิดชอบต่อสังคม ทำดีได้ดี
ความแตกต่างของเชื่อชาติและศาสนา ซึ่งก็เข้ากับสถาณการณ์ปัจจุบันดี
แต่ตัวหนังยังทำได้ไม่ค่อยแยบยลเท่าใดนักในบางฉาก ขาดบ้างไปเกินบ้าง
มุกตลกไม่ถึงกับขำก๊าก แต่ก็พอให้หัวเราะได้บ้าง แต่มุกตลกหลายๆมุกก็ยังเป็น
มุกตลกที่อาศัยความหยาบโลนเพื่อให้ขำอยู่ จึงทำให้หนังเรื่องนี้ไม่ clean พอที่จะ
นำไปสอนคน (เด็กๆ) ได้จริงๆ คนดูจะต้องมีวิจารณญาณอยู่พอสมควรถึงจะได้ประโยชน์
(แต่คนที่มีวิจารณญาณก็น่าจะยึดหลักธรรมคำสอนข้างต้นอยู่แล้ว คงไม่ต้องสอนมั้ง)
ฉากนึงที่ทำให้จี๊ดอยู่บ้าง คือตอนท้ายๆ หนังก็ยังบอกว่า สุดท้ายคนไทยก็ยังเชื่อใน
อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ มากกว่าเนื้อหาของพระธรรมคำสอนอยู่ดี....
โดยรวมจึงขอบอกว่า หนังเรื่องนี้ไม่สุดนัก คือ ไม่ได้ตลกสุดๆจนขำก๊าก เรื่องการสอนธรรมะ
ก็ยังไม่แยบยล หรือน่าประทับใจ จนซาบซึ้งตรึงตรา แต่ถ้าดูเอาเพลินๆหนังเรื่องนี้ก็โอเค
ให้ความสุขได้ในระดับหนึ่ง
---------------------- ไม่สปอล์ยแล้ว------------------------
ก็เรื่อยๆครับเรื่องนี้
โปรแกรมหน้า ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ก็คง Taken หล่ะครับ (มี 1 เสียงยืนยันความสนุก เหอๆ)
ปล. จะว่าไปช่วงเดือนที่ผ่านมานี่ดูหนังไปหลายเรื่องมากๆ เป็นประวัติการณ์เลยนะเนี่ย
ไม่ว่าจะเป็น บุญชู, Mama Mia, Made of Honor, You don't mess with the Zohan, Cyborg She, Eagle Eye, หล่วงพี่เท่ง 2 เอ๊ะน้อยๆ รู้สึกตอนแรกนับได้เยอะกว่านี้ เหอๆ
กลับจากทริปกรุ๊ป
กลับจากทริปกรุ๊ปแล้วครับ... (จริงๆกลับมาตั้งสองสามวันแล้ว)
ทริปปีนี้ก็เป็นอีกปีหนึ่งที่สนุกมาก จริงอย่างที่ว่า ทุกปีไม่มีปีไหนเหมือนกันเลย
แต่ก็มีความสุขได้ทุกๆปี (ถึงแม้ปีนี้จะไปสินสยามอีกรอบก้อเถอะนะ)
ดีใจที่ได้รู้จักน้องๆปี 1 มากขึ้นเยอะเลย จากเดิมที่แทบไม่เคยคุยกะน้องๆสักเท่าไหร่เลย -*-
เทอมหน้าจะพยายามไปอยู่โต๊ะกรุ๊ปบ่อยๆขึ้นนะ น้องๆเจอกันเข้ามาคุยกันได้ ^^
ปล. ลานเกียร์เจอกันอีกทีนะ
ปล2. ทริปครั้งนี้ทำให้กูมี String ที่ทำให้กู Distinguishable กับไอ้รุจปีสามแล้ว
นั่นคือคำว่า... เดอะสตาร์ -*-
ทริปปีนี้ก็เป็นอีกปีหนึ่งที่สนุกมาก จริงอย่างที่ว่า ทุกปีไม่มีปีไหนเหมือนกันเลย
แต่ก็มีความสุขได้ทุกๆปี (ถึงแม้ปีนี้จะไปสินสยามอีกรอบก้อเถอะนะ)
ดีใจที่ได้รู้จักน้องๆปี 1 มากขึ้นเยอะเลย จากเดิมที่แทบไม่เคยคุยกะน้องๆสักเท่าไหร่เลย -*-
เทอมหน้าจะพยายามไปอยู่โต๊ะกรุ๊ปบ่อยๆขึ้นนะ น้องๆเจอกันเข้ามาคุยกันได้ ^^
ปล. ลานเกียร์เจอกันอีกทีนะ
ปล2. ทริปครั้งนี้ทำให้กูมี String ที่ทำให้กู Distinguishable กับไอ้รุจปีสามแล้ว
นั่นคือคำว่า... เดอะสตาร์ -*-
Tuesday, October 7, 2008
First Time, First Serve
นี่เป็น blog แรกหน่ะครับ...
ปล. ต้อง First come, First Serve ต่างหาก... -*-
สำหรับ blog เก่าดูได้ที่นี่ครับ
http://rutz-v3.spaces.live.com/
ปล. ต้อง First come, First Serve ต่างหาก... -*-
สำหรับ blog เก่าดูได้ที่นี่ครับ
http://rutz-v3.spaces.live.com/
Subscribe to:
Posts (Atom)