จริงๆก็ไม่ได้ไปดูหนังควบอะไรหรอกครับ ก็ดูหนังธรรมดาเนี่ยแหละ แต่ดูสองเรื่องติดกันเท่านั้นเอง
เรื่องที่ไปดูมาวันนี้ เป็นหนังญี่ปุ่นทั้งคู่... ฮ่าๆ ไปดูเรื่อง Tokyo Sonata กับ KIDS มาครับ
มาดูกันทีละเรื่องดีกว่า
ปล. เนื้อหาต่อไปนี้ อาจจะมีหลุดสปอล์ยออกมาบ้าง ใครที่คิดว่าจะไปดูอยู่แล้ว ไปดูก่อนแล้วค่อยมาอ่านก็ได้จ้า แต่คิดว่าเนื้อหาต่อไปนี้ ถึงรู้ก็ไม่น่าจะเสียอรรถรสการดูเท่าไหร่นา...
Tokyo Sonata
หนังที่ก่อนดูคาดหวังอย่างหนึ่ง ไปดูแล้วได้อีกอย่างหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ผิดหวังเลยสักนิดเดียว!
สำหรับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าถือว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนัง "ชีวิต" คำว่าหนังชีวิตในที่นี้ไม่ได้แปลว่าเป็นหนังเศร้า แต่เป็นหนังที่แสดงออกถึงการดำเนินชีวิต ของครอบครัวหนึ่ง ในสังคมหนึ่ง ออกมาได้สะเทือนอารมณ์อย่างน่าประทับใจ
หนังเล่าถึงเรื่องราวของครอบครัวชนชั้นกลางที่ประกอบด้วยพ่อ แม่ และลูกชายสองคน ที่ดูไม่น่าจะมีอะไร แต่มันดันมีอะไรขึ้นมา ตอนที่คุณพ่อถูกปลดออกจากงาน และไม่ยอมบอกที่บ้านนั่นแหละครับ หลังจากนั้นก็ดูว่าจะมีเรื่องราวต่างๆประดังประเดเข้ามาไม่หยุดหย่อนเลย
ฟังดูอาจจะเหมือนว่าที่คุณพ่อถูกไล่ออกจากงานเป็นต้นเหตุ แต่จริงๆแล้วนั้น เรื่องราวต่างๆ เริ่มต้นขึ้นมาก่อนนั้นทั้งนั้นแหละครับ เกิดขึ้นมาอย่างแยบยล เป็นเสมือนเรื่องปกติ แต่หลังจากนั้นมันดันมาถึงจุดประทุขึ้นมาอย่างต่อเนื่องกัน เป็นเรื่องราวให้เราได้ชม
สิ่งที่ชอบมากของเรื่องนี้คือ บรรยากาศในการเล่าเรื่องครับ นอกจากนั้นก็คือ ตัวแสดงรองทุกๆคน ที่ต่างมีบทบาท มีน้ำหนักตอกย้ำให้ผู้ชมซาบซึ้งในเนื้อหามากยิ่งขึ้นอีกด้วย
มีข้อคิดหลายๆอย่างที่ได้จากหนัง อาจลองมองโดยสรุปได้ คือ
ความยึดมั่นถือมันเป็นบ่อเกิดของโศกนาฏกรรมทั้งปวง
มีสติ รับฟัง ใช้เวลา ยอมรับ และเข้าใจ จะทำให้เรา "ใช้ชีวิต" ต่อไปได้ อย่างมีความสุข
สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้เป็นหนังที่ดีอีกเรื่องหนึ่งครับ ใครที่ชอบแนะนำให้ไปดูกัน
ปล. ชอบฉากจบมากๆครับ ดูแล้วทำให้ "อึ้ง" ไปเลย ("อ้าปากค้าง" ก็เรียก)
ปล2. ในเครดิต มีคนนึง นามสกุล น่าจะเป็นคนไทยด้วย (แต่ใช้ชื่อฝรั่ง จำไมได้แล้วว่าชื่ออะไร)
KIDS
หนังจรรโลงใจอีกเรื่องหนึ่งของปี
เรื่องนี้แบบว่า ดูภายนอกแล้วมันเอ่อ... เหมือนที่แบบว่า มีตัวเอกสองคนเป็นผู้ชายทั้งคู่ .... แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่นะ (คือมันมีตัวเอกสองคนเป็นผู้ชายทั้งคู่จริงๆ แต่ไม่ใช่หนังอย่างนั้น...)
มาว่ากันที่ชื่อเรื่องก่อน... เพราะว่าชื่อเรื่องนี้ มันค่อนข้างเจ๋งเลยทีเดียวหล่ะ
KIDS ในภาษาอังกฤษแปลว่า "เด็ก"
แต่ถ้าอ่านในภาษาญี่ปุ่นจะพ้องกับคำว่า KIZU ที่แปลว่า "แผล"
ซึ่งทั้ง "เด็ก" และ "แผล" ก็เป็นส่วนสำคัญของเรื่องนี้เลยหล่ะ
ตัวละครหลักในเรื่องนี้จริงๆ มีสามตัว (แต่โปสเตอร์มีแค่ 2)
ทาเคโอะ ขาโจ๋ประจำหมู่บ้าน ทำตัวอันธพาล ศัตรูมากมาย
อาซาโตะ คนมาใหม่ ที่มาพร้อมกับพลังพิเศษ สามารถเคลื่อนย้ายบาดแผลมายังตัวเขาได้
ชิโฮะ หญิงสาวที่ทำงานที่ร้านอาหาร เธอใส่ผ้าปิดปากตลอดเวลา
ทั้งสามคน... มีบาด"แผล" ในวัย"เด็ก"
ทั้งสามคน... ไม่เคยมีเพื่อน แต่ตอนนี้ทั้งสามคนเป็นเพื่อนกัน
ทั้งสามคน... อาศัยอยู่ที่นี่ ที่ที่เขาว่า "ไม่มีอะไรดี" ด้วยเหตุผลของตัวเอง
ความฝันของคนเราคืออะไร?
สิ่งที่เห็น จริงๆแล้วมันคือ สิ่งที่เป็น หรือเปล่า?
ถึงแม้โลกจะโหดร้าย แต่คงไม่โหดร้ายจนเกินไป...
ไม่ขอเล่ามากแล้วกัน เพราะไม่รู้จะเล่ายังไง (อีกแล้ว) แต่สำหรับข้าพเจ้าถือว่า เป็นหนังที่ดูแล้วมีความสุข อีกเรื่องหนึ่ง ^^
สำหรับข้อคิดของเรื่องนี้เหรอ พูดให้เท่ๆนิดนึงแล้วกัน คือ
แผลกายอาจลบเลือนได้ แต่แผลใจมันลบเลือนยาก
แม้แผลใจจะลบเลือนยาก แต่หากใช้เวลา ยอมรับ และเข้าใจ
แผลใจ จะกลายเป็นเครื่องราง สร้างความเข้มแข็งให้กับเรา ตลอดไป (ทำไมมันดูเหมือนเรื่องมะกี้หว่า)
ปล. ตอนไปดูตกใจมาก รู้สึกตัวเองไม่เข้าพวก เพราะดูๆไปทั้งโรง (ลิโด้ 1 เต็มสามแถว ก็ประมาณ 60 คน) มีแต่ผู้หญิง เหอๆ (มีผู้ชายประมาณ 3 คนได้ -*-)
ปล2. นอกจาก KIDS แล้วยังมี KIZU และ KISU ด้วยนะ ฮี้ววววว.... (ยังไง -*-)
จบไปอีกแล้วกับสองเรื่องควบในวันนี้ โอกาสหน้าเจอกันใหม่นะครับ ^^
Tuesday, December 9, 2008
Subscribe to:
Posts (Atom)