Monday, March 29, 2010

ไปเสม็ด... ไม่เห็นจะเสร็จเลยสักที

เพิ่งกลับมาจากการไปเที่ยวเสม็ดกับเพื่อนๆ + พี่และน้อง (รูปเรายังไม่มีนะ T-T แต่น่าจะหาดูได้ตามเฟซบุค)

ครั้งนี้ เป็นการไปเที่ยวเสม็ดแบบจริงจังเป็นครั้งแรก หลังจากไปหย่อนๆแตะๆมาสองสามครั้ง แม้จะแค่สองวันแต่ก็รู้สึกได้ว่าคุ้มอยู่เหมือนกัน ^^

จะว่าไปทริปนี้เป็นทริปที่แปลกๆ ตรงที่จะมองว่ามันเหมือนเตรียมการกันจะว่านานก็นาน เพราะเห็นปรึกษากันมาตั้งแต่ช่วงปีใหม่แล้ว มีการค้นหาข้อมูลและเตรียมข้อมูลกันพร้อม แต่พอถึงวันไปจริงๆนั้น ข้าพเจ้าเองยังไม่รู้เลยว่ามีใครจะไปบ้าง แล้วจะไปกันยังไง รู้แต่ว่าเรานัดกันที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิตอนห้าโมงเย็นวันศุกร์เพื่อไประยองเท่านั้น (ทราบภายหลังว่า เรือ หรือ ที่พักบนเกาะ อะไรใดๆเราก็ไม่ได้จองกันเลย ช่างเป็นทริปที่สดจริงๆ 555+) จนสุดท้ายในตอนเย็นก็สรุปว่า เราจะไปรถตู้กันเท่าที่เรามีก่อน (ข้าพเจ้า เฮ้งที่กลับมาจากญี่ปุ่น อิฐ แท็ป แอร์) โดยจะลองแยก PMY (ซึ่งข้าพเจ้ามักจำผิดเป็นแยก JYP -*-) เพื่อจะไปหอพักแนนก่อน และจะมีอีกกลุ่มหนึ่ง (ซึ่งตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าเป็นใครบ้าง ทราบภายหลังว่าเป็น พี่เม่น ทองเหม็น ชับ ไกด์ดักแด้ ลูกหมู) ที่จะตามมากับรถพี่เม่นตอนดึกๆ โดยในคืนแรกพวกเรา "ทุกคน" นอนพักกันในห้องของแนนอย่างอบอุ่น

ในวันรุ่นขึ้น หลังจากพักผ่อนกันอย่างเต็มอิ่ม (เหรอ !!) เราก็มุ่งหน้าไปเสม็ดกันโดยเหมาสองแถวจากแถวๆนั้น ไปที่ท่าเรือเพื่อจะขึ้นเรือรอบแรกไปจองที่พัก (ณ ตอนนั้นทราบกันว่า ที่พักที่จองได้เต็มหมดแล้ว แต่มีที่พักที่ไม่รับจองอยู่ ต้องวอล์คอิน จำชื่อไม่ได้แต่อยู่อ่าวไผ่) พอข้ามเรือก็รีบเหมาสองแถวบึ่งไปที่พักทันที แต่ปรากฏว่า Fail ครับ จากการเจรจาพบว่าที่พักเขาเหลือแต่แบบห้องพัดลม 2 คน ซึ่งไม่ตรงกับแพลนตอนแรก จึงมีเพื่อนๆบางส่วนออกเดินทางเพื่อหาที่พักที่อื่น ในขณะที่บางส่วนก็นั่งริมทะเล เฝ้าของ ถ่ายรูปกันไป เวลาผ่านไปสักครู่ เพื่อนๆก็กลับมาบอกว่าได้ที่พักแล้ว ห้องละ 4500 พักได้ 5 คน แถมอาหารเช้า ซึ่งเราก็คิดว่าโอเคถึงจะแพงกว่าเดิมหน่อยแต่เพื่อนๆบอกว่าห้องดีก็โอเค ความประทับใจที่หนึ่งเกิดขึ้นเมื่อพวกเราเดินทางเข้าไปยังที่พัก ซึ่งต้องลัดเลาะคดเคี้ยวเข้าไป พวกเราได้พบกับ กลุ่มชายฉกรรจ์ร่างกายกำยำ กำลังหาบบันได แบกกระจก ทาสีเสากันอยู่ พวกเขาเหล่านั้นคือช่างก่อสร้างที่กำลังปรับปรุงที่พักของพวกเรา !! โอ้ววว แต่พอได้เข้าไปดูห้องก็แบบว่า คุณพระ ห้องมันช่างหรูจริงๆ (ในความรู้สึกข้าพเจ้าถือได้ว่าเป็นห้องที่หรูที่สุดในบรรดาทุกๆทริปที่ผ่านมา - รูปหาได้ตามเฟซบุค) เทียบกับราคา 4500 แล้วมันช่างคุ้ม ห้องพักประหนึ่งห้องโรงแรม กว้างขวาง มีเครื่องมือเครื่องใช้ครบครัน และที่สำคัญตกแต่งอย่างทีศิลป์ จุดติติงนิดหน่อยอยู่ที่ห้องน้ำที่หลายคนกล่าวว่ามันมี efficiency ต่ำ เพราะถึงแม้จะแยกห้องอาบน้ำ ห้องส้วม และโซนอ่างล้างมือออกจากกัน แต่ประตูที่ล็อคได้มีเพียงอันเดียว !! ดังนั้นจึงใช้ได้ที่ละคนอยู่ดี -*- อ้อ ที่พักนี้ชื่อ ตูตู บังกะโลนะครับ อยู่ที่อ่าวไผ่หรือหาดทรายเงินมั้ง ประมาณนั้น รู้สึกว่าจะเป็นเครือเดียวกับเจี๊ยบ บังกะโล แต่ไม่แน่ใจว่าถ้าไปคราวหน้ายังจะได้ราคานี้อยู่รึเปล่า คิดเอาเองว่าเขาอาจจะลดเพราะกำลังปรับปรุงอยู่ก็เป็นได้

หลังจากมีที่ซุกหัวนอนกันแล้วเราก็เริ่มวางโปรแกรมกันว่าจะทำอะไร สุดท้ายสรุปกันว่าจะไปกินอาหารกลางวันกันที่ร้านพลอยเสม็ดตามคำแนะนำที่ปริ้นท์มาจากอินเทอร์เน็ต โดยพวกเราก็เหมาสองแถวกันไปเหมือนเดิม (คิดเที่ยวละ 300 แหนะ แพงจัง แต่สุดท้ายไม่รู้คุยไปคุยมายังไงเหลือไปกลับ 500) ซึ่งร้านพลอยเสม็ดก็ถือเป็นอีกจุดที่ประทับใจของทริปนี้ เพราะร้านอาหารนี้ตั้งอยู่กลางทะเล !! พอมีแขกมาก็ให้สั่นกระดิ่ง เขาจะส่งเรือเล็กชักรอกจากฝั่งร้านมาที่ท่าเพื่อรับเราไปที่ร้าน (หาดูรูปได้ในเฟซบุค) พอข้ามไปถึงร้าน ก็เชิญเรานั่งโต๊ะ แต่โต๊ะที่นี่มิได้เป็นโต๊ะธรรมดาแต่จะเป็นโต๊ะเตี้ยๆ มีเบาะนั่งพร้อมหมอนอิง แลดูคล้ายโต๊ะญี่ปุ่น แต่พื้นด้านล่างมิได้โหลดเตี้ยแบบโต๊ะญี่ปุ่น แต่มันหายไปเลย ด้านล่างจึงหย่อนขาลงไปได้ สามารถมองเห็นทะเล มีปลาแหวกว่ายไปมาอยู่เต็มไปหมด ถือว่าบรรยากาศตรงนี้สามารถสร้าง value ให้กับร้านนี้ได้มากเลยทีเดียว หลังจากอิ่มหนำสำราญกันไป ข้าพเจ้าเพิ่งจะได้เปิดดูเมนูพอเห็นราคาคร่าวๆก็เริ่มร้อนๆหนาวๆ กลัวว่าเงินที่เตรียมมาจะไม่พอ 555+ แต่พอคิดเงินจริงๆก็ออกมา 2600 กินกัน 12 คน ตกคนละสองร้อยกว่า ซึ่งก็ถือว่าโอเค เพราะอาหารค่อนข้างอร่อยทีเดียว (กุ้งเด้งมาก ชอบบ) ขากลับก็กำลังจะไปลงเรื่อ แต่พนักงานร้านบอกว่า ลงไม่ได้ สลิงมันหลุด (เวร... คงจะหลุดเพราะพวกเรานั่นแหละ) แต่ไม่ต้องห่วง ทางร้านจะส่ง speed boat มาพาเรากลับไป !! โอ้แม่เจ้า... พวกเราจึงได้นั่ง speed boat ในระยะทางประมาณร้อยเมตร จากร้านอาหารกลับไปที่ท่า เป็นการปิดฉากมื้อที่ไฮโซที่สุดของทริปอย่างสวยงาม...

หลังจากนั้นก็กลับไปเล่นทะเลกันที่หาดแถวๆที่พัก (ซึ่งตอนแรกกะจะไปอ่าวพร้าวกัน แต่กลับไม่ทัน เพราะน้องดักแด้กับลูกหมูต้องกลับก่อน เลยต้องขึ้นเรือเที่ยวหกโมงให้ทัน) บ้างก็เล่นน้ำ บ้างก็นั่งเล่น บ้างก็ถ่ายรูป (ฟ้าสวยน้ำใส ว้าวว) บ้างก็นั่งกิน พอใกล้ถึงเวลา พี่ไกด์ก็อาสาเช่ามอเตอร์ไซค์พาน้องๆไปส่งที่ท่า แถมยังกลับมารับแนนไปซื้อข้าวเย็นมาให้เพื่อนๆกินด้วย (ทราบมาว่ามีประสบการณ์เฉียด... เพราะต้องรีบบึ่งรถกลับมาให้ทันเวลาคืน อ้อ หลายท่านอาจจะไม่ทราบ ว่าถนนเสม็ดมันก็ภูเขาดีๆนี่แหละครับ -*-) อาหารเย็นของเราก็เป็นพวก ส้มตำ ปลาทอด ปลาหมึกย่าง (อร่อยเช่นกัน) หลังจากรับประทานอาหารเย็นพร้อมให้อาหารยุงบริเวณหน้าห้องพักกันเรียบร้อย จากแพลนเดิมที่จะไปเดินหาดเสม็ดยามค่ำคืนก็เหมือนจะล่ม เพราะแต่ละคนก็เริ่มเหนื่อยจึงเข้าห้องทำกิจกรรมกลุ่มกันแทน (เล่นเกม เล่นไพ่... อ้อ จริงๆ การเล่นเกมและเล่นไพ่ก็เกิดอยู่เกือบตลอดเวลาที่ว่างอยู่แล้ว จึงไม่ได้เล่ามา ณ ที่นี้) ค่ำคืนนี้จบลงที่ทุกคนทยอยกันผลอยหลับจนหมดในเวลาประมาณเที่ยงคืน ซึ่งถือว่าเร็วมากสำหรับการมาทริป

วันรุ่งขึ้นพวกเราก็ตื่นกันประมาณเจ็ดโมง ออกไปกินข้าวที่ทางที่พักจัดไว้ ถือว่าหรูใช้ได้เลย อาหารหลากหลาย อร่อย มีคุณภาพ หลังจากนั้นไม่รู้ว่าเกิดนิมิตอะไรกันว่าอยากไปเดินงานสัปดาห์หนังสือและไปช็อบที่เซ็นทรัลลาดพร้าว จึงตัดสินใจจะรีบข้ามเรือกลับตั้งแต่เที่ยง พอข้ามไปแล้วก็แยกกันเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งไปหอแนนก่อนเพื่อกลับกับรถพี่เม่น (พี่เม่น แนน ชับ เฮ้ง เหม็น ไกด์) โดยเป็นกลุ่มที่ตั้งใจจะไปเดินงานหนังสือแล้วไปเซ็นทรัลต่อ อีกส่วนหนึ่งกลับรถตู้ (ข้าพเจ้า อิฐ แท็ป และน้องแอร์) ซึ่งแท็ปกับแอร์จะไม่ไปต่อ ส่วนข้าพเจ้ากับอิฐจะตามไปเซ็นทรัลเลย ระหว่างทางที่นั่งรถตู้กลับก็มีเหตุ คือมีอุบัติเหตุรถตู้พลิกคว่ำบนมอเตอร์เวย์ ทำให้การจราจรติดขัดไปช่วงหนึ่ง... มาถึงกรุงเทพประมาณสี่โมง ด้วยความที่หิวเพราะยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงกัน เลยไปจัดก๋วยเตี๋ยวเรือกัน แบบเบาะๆ 4 คน 20 ถ้วยเท่านั้น (ชามละ 9 บาท รู้สึกแพงจัง... อ้อ ตอนนี้มีบัตรรับเป็ปซี่ฟรีอยู่ที่ข้าพเจ้า ดังนั้นสามารถมาชวนไปกินได้นะครับ) จากนั้นข้าพเจ้าก็เลยไปฝากของไว้ที่คอนโดอิฐ และตามไปเซ็นทรัลลาดพร้าวในภายหลัง ก็เดินกันช็อบกันไป ก็แลดูลดเยอะดีเหมือนกัน (แต่ข้าพเจ้ามิได้ใส่ใจเท่าไหร่ เพราะส่วนมากเป็นเสื้อผ้าและมันไม่มีไซส์ -*- ข้าพเจ้าอยากรู้ว่าพาวเวอร์บายมันลดมั๊ย แต่เดินหาพาวเวอร์บายไม่เจอ) อ้อ ณ ที่นี้เราได้เจอกับมิ้ง ซึ่งตอนแรกจะไปด้วยแต่ไม่สะดวก เราจบมือสุดท้ายของทริปนี้กันที่... ซิซเลอร์ (ได้ข่าวเหมือนเพิ่งกินมา... ยังคงงอนคุณอยู่นะครับว่าคุณจะเอาโค้กซีโร่ออกไปทำไม แง่ง)


สรุปแล้ว ก็เป็นอีกทริปหนึ่งที่น่าประทับใจกับเวลาสองวัน ได้มาเจอเพื่อนๆอีกที มาสนุกกันอีก ก็คุ้มมากแล้ว

ปล. ทริปนี้หมดตังไปสามพันกว่าแหนะ กินเยอะ -*-
ปล.2 ทริปนี้กลับมาพร้อมเสมหะ (สงสัยนอนน้อย) และน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นน่าจะประมาณ 0.5-1 กิโลกรัม (violate ข้อควรระวังทุกอย่างของตัวเอง กินอาหารนอกมื้อ กินขนม น้ำอัดลม -*-)
ปล.3 ที่ขาดเสียไม่ได้ ต้องขอบคุณแท็ปและบริษัทแท็ป ที่นำเกม ประมูลม้า ชนวัว สร้างฟาร์ม และเกมสร้างรางรถไฟมรณะ มาสร้างความสนุกและความเคียดแค้น และต้องขอบคุณพี่เม่นที่นำเกม Sorry! มาเพื่อให้ทุกคนได้ล้างแค้นกัน (สมเป็น game of sweet revenge 555+) หวังว่าเกมเหล่านี้น่าจะถูกบรรจุไปตามทริปกรุ๊ปด้วยถ้ามีโอกาส อิอิ

ปล.4 อันนี้เป็นอัลบั้มรูปที่อิฐอัพไว้ครับ http://www.facebook.com/album.php?aid=209861&id=586005780&ref=nf

2 comments:

Admin said...

เราว่าแกลองตั้งใจเขียนหนังสือส่งนายอินทร์อวอร์ดปลายปีนี้ดูนะ คงได้ตังค์ติดไม้ติดมือกลับมา

อ้อ ถ้าอยากเล่นเกมเพิ่ม ก็มาทำงานด้วยกันก็ได้นะ กรั่กๆๆๆ

Bewilder said...

ฮ่าๆ แต่งเรื่องไม่ค่อยเก่งอะจ้า ถนัดแต่เอาคำพร่ำพรรณามาฟุ้งเฟ้อเวิ่นเว้อเป็นเรื่องราว 555+ แต่ก็น่าลองดูนะ ฮ่าๆ

เรื่องทำงาน ขอเวลาเรียนให้จบก่อนนะ กรั่กๆๆๆๆๆ