Tuesday, March 30, 2010

คำตอบของคำถาม "ทำไมถึงอยาก/เรียนต่อโท Computer Science"

มีคำถามผุดขึ้นมาในบอร์ด cp32 ว่า "ทำไมถึงอยาก/เรียนต่อโท Computer Science" ซึ่งข้าพเจ้าก็ได้ตอบไปแล้ว แต่เห็นว่าความคิดที่ผุดขึ้นมาระหว่างเรียบเรียงคำตอบนั้น ถึงแม้มันหลุดประเด็นของกระทู้ไปมากอยู่ แต่ก็รู้สึกเสียดายถ้าจะทิ้งมันไปกับสายลม จึงขอเก็บมันเอามาใส่ไว้ใน Blog นี้ เผื่อวันหนึ่งตัวเองได้กลับมาอ่านแล้วจะนึกอะไรได้บ้าง...

ส่วนตัวนะครับ (ขึ้นด้วยคำนี้แล้วออกแนวซีเรียสทุกทีเลย)

เรียนต่อโท เพราะ ยังไม่เคยทำอะไรแบบนี้ อยากรู้ว่าการเรียนต่อเป็นยังไง การทำวิจัยเป็นยังไง สนุกหรือเปล่า
สิ่งที่มาซัพพอร์ตให้ตัดสินใจง่ายขึ้น คือ มีทุนเรียนฟรี

เพราะว่าตัวเองพยายามค้นหาทางของตัวเองมานานแล้ว แต่ก็ไม่เจอสักที เลยใช้ชีวิตด้วยการลองมันหลายๆอย่าง แล้วตัดสิ่งที่ไม่ชอบออกแทน
จากการฝึกงานทำให้เรารู้ว่า งานรูทีนแบบนั้น (อาจจะเป็นที่ตัวเนื้องานด้วย) มันช่างน่าเบื่อ และไม่น่าทำเอาเสียเลย

ก็เลยยอมจ่ายเวลาชีวิตตัวเอง 1-2 ปี เพื่อมาลองงานที่เป็นวิจัย - วิชาการดูบ้าง ว่าเป็นยังไง

เรื่องเงินเดือน วุฒิ โอกาสในการทำงาน หรือความเคารพของลูกน้อง ตอนนี้ไม่ได้คิดอยู่ในหัวเลย
แค่พยายามหาเส้นทางที่จะใช้เวลาที่เหลือในชีวิตเดินไปได้อย่างมีความสุขที่สุดเท่านั้นเอง (ไม่แน่ ในอนาคตความคิดพวกนี้อาจจะลอยกลับมาในหัวก็ได้)

ปีหน้า ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็น่าจะจบโทได้ ก็จะเกิดการตัดสินใจอีกครั้งหนึ่งระหว่างการต่อเอก กับ การหางานทำ

เพราะตอนนี้รู้สึกว่า การทำวิจัยมันก็สนุกดีนะ แต่ตอนนี้เรื่องที่ทำอยู่มันยังไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของชีวิต (แต่มันก็เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางนั้นแหละนะ)
ถ้าได้ทำเรื่องที่เข้าใกล้ความฝันของตัวเองมากกว่านี้ น่าจะมีแรงฮึดมากกว่านี้ก็เป็นได้

เรียนต่อที่จุฬา เรื่องทุนก็น่าจะหาได้ไม่ยาก และยังได้รู้จักน้องภาค-น้องกรุ๊ปต่อไปได้อีกสองสามปีด้วย คือตอนนี้เรียนโท สนิทกับน้องปีหนึ่งที่กรุ๊ปมากกว่าตอนเรียนปีสี่อีก และรู้สึกแฮ้ปปี้มากเวลาที่แค่มานั่งคุยกับน้องที่โต๊ะกรุ๊ปเฉยๆ (แบบว่า โคตรอู้)

อีกเส้นทางหนึ่งคือการไปหางานทำ สิ่งที่อยากได้จากมันก็คือ หาที่ที่โป๊ะเชะ เข้ากันได้ เรียนรู้จากคนอื่นที่มีประสบการณ์ และการทำงานจริงๆ เพื่อจะได้เป็นความรู้ที่ practical หน่อย อย่างน้อยก็ได้รู้ว่ากับไอ้เรื่องแบบนี้ ตามความคิดเราจะทำยังไง ชาวบ้านเขาจัดการกันยังไง เป็นการเปิดโลกของตัวเองที่เดิมมันแคบเหลือเกิน
(คล้ายๆเหมือนที่เคยอ่านใน blog ของทีระพาบแหละว่า อยากมี mentor เก่งๆ และเข้ากันได้ แต่การจะได้อย่างนั้น คงจะหายาก และใช้เวลามากแน่ๆเลย)

การเรียนต่อมันคงจะทำให้เราขาดโอกาสตรงนี้ไป รอเรียนเอกจบแล้วเข้าทำงานก็คงอายุใกล้ 30 เข้าไปแล้ว อาจจะแปลกๆ หรืออาจจะเป็นไปไม่ได้เลยก็ได้

อีกประเด็นหนึ่งคือ กลัวเรื่องความอดทนของตัวเอง ว่าจะเพียงพอที่จะหมกมุ่นเรื่องหนึ่งๆเป็นเวลานานๆหรือไม่ เพราะเป็นคนทำงานแล้วชอบเห็นผล เห็นผลนิดหน่อยมักจะฮึด เห็นแต่หวังลมๆแล้วอาจจะท้อไปเสียก่อน -*- (เป็นข้อเสียที่แย่จัง กับทั้งการเรียนต่อและการทำงานเลย)

นอกจากนั้น อีกสิ่งที่ทำให้ไม่กล้าตัดสินใจเรียนเอกต่อในทันที คือ ไม่กล้าเป็นอาจารย์ (ก็คนจบเอกส่วนมากถ้าไม่เป็นอาจารย์ก็เป็นนักวิจัยหนินะ) เพราะคิดว่าตัวเองไม่มีคุณสมบัติพอ และสอนใครไม่ค่อยเป็นอีกด้วย

อย่างไรก็ตามชีวิตมันคงไม่ได้อุดมคติ เป็นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบตลอดทาง การเดินทางในเส้นทางที่ชอบอาจจะมีบางจุดที่ไม่ชอบแต่ก็เลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ดีชีวิตเราคงไม่ได้เดินทางเดียวตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ละคนก็คงจะต้องมีอัลกอริธึมของตัวเอง ที่จะเลือกเส้นทางที่ Maximize Happiness ให้กับชีวิตได้ แค่นั้นก็คงเพียงพอ

ชีวิตคนเราก็แค่นี้แหละ... จะเอาอะไรมาก



5 comments:

teerapapc said...

สะดุดตรงย่อหน้าสุดท้าย คิดเหมือนกันเลยว่ะ หา life algorithm ที่ maximize happiness ของตัวเองให้ได้

Anonymous said...

เหมือนธีรภาพ ย่อหน้าสุดท้ายนี้เหลือกินจริงๆ

Unknown said...

If life is long enough for backtracking, I'll try every ***king thing :')

Sadly, I need more efficient algorithm ..

Admin said...

ทุกคนก็น่าจะคิดอะไรคล้ายๆ แบบนี้ไว้บ้างปะวะ

Unknown said...

The best Algorithm for Life :
http://dhammada.net/